คุยกับ Go!Graph
เมื่อไม่นานมานี้ มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง กลุ่มเล็กๆ 3 คน เรียนจบ วิ่งตามความฝันโดยการกระโดดขึ้นรถไฟนั่งจากหัวลำโพง
จากบ้านเกิด จากครอบครัว นั่งรถไฟไปทิเบต นับเป็นการเดินทางยาวไกลที่สุดเส้นทางหนึ่งในชีวิต
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกใหม่เพียงสามคน ประสบการณ์ ความฝัน แรงบันดาลใจ และพิเศษที่สุด
วันนี้เราไปรู้จักพวกเขากันผ่านการถามตอบ ที่ประหลาดเพราะมันถามตอบกันเอง !


1 เอ้าแนะนำตัวกันเลย เล่าชีวิตตัวเองกันมา ทีละคน
ตุ๋ย / mintui : เป็นคนชอบเที่ยว ชอบทำกิจกรรม ไฮเปอร์ อยู่นิ่งไม่ได้ นิสัยห้าวๆ แต่ใจดีนะ ชอบทำอะไรลุยๆ แต่กลัวสิวขึ้นเป็นที่หนึ่ง55 อยู่รร.หญิงล้วนมาตั้งแต่ม.1-ม.6 มีเพื่อนมาก ชอบการเป็นผู้นำ เรียนจบมหาลัยด้านกราฟิคดีไซน์และกำลังทำงานด้านกราฟิคแถวเอกมัย อ้นจู / Crazyteddy : สวัสดีครับ ผมสิทธิพร ชื่อเล่น เอ็ม แต่เพื่อนเรียก อ้นจู คนถามเยอะชื่อ อ้นจู มาจากอะไร ก็มาจากชื่อตอนรับน้อง หน้าดันไปคล้ายพี่ที่ชื่ออ้น เลยกลายเป็นอ้นจูเนียร์ ตัดไปตัดมาเหลือ “อ้นจู” แต่ก็ชินล่ะ เพราะมีหลายชื่อมากตามแล้วแต่ใครจะเรียก จบ Product Design จากมศว คณะเดียวกับฟ้า ตุ๋ย ตอนนี้ก็เป็นฟรีแลนซ์ รับงานออกแบบทั่วๆไป แต่ที่อยากทำจริงๆก็ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรือ Gadget ฟ้า / doxdoxchan : (คนสัมภาษณ์) รู้สึกแปลกๆ ถามเองตอบเอง ? ชื่อ ฟ้า พ่อแม่ตั้งให้เพราะพ่อชอบธรรมชาติ ไฮเปอร์เหมือนตุ๋ย เกิดมาจำความได้ก็เป็นเด็กเนิร์ดแล้ว (คือตอนนั้นไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกว่าเนิร์ด) ตั้งใจเรียนมาก สอบได้ที่หนึ่ง ชีวิตไม่ค่อยมีเพื่อน รักอิสระและมีความทะเยอทะยานสูงกว่าคนปกติ คือส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนคนทั่วไป กัดเล็บ เดินหลังค่อม แม่ด่าจนเลิกด่าแล้ว ตอนนี้ชีวิตมีความสุขดี เป็นกราฟิกดีไซเนอร์เหมือนกัน ทำงานแถวอารีย์ สบายดี
2 แนะนำตัว โกกราฟคือไร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วทำไปทำไม
อ้นจู : โกกราฟ มาจาก2สาวเขาแถกันมา เอ้ย! คิดกันมา ทำอะไรก็ไปเที่ยวกันด้วยกัน 3 คน ด้วยรถไฟจากหัวลำโพงจนถึงทิเบต ที่ไปก็เพราะอยากไปล่ะ อยากรู้ว่าทิเบตเป็นยังไง ทำไมหลายคนถึงอยากไปนักหนา ตุ๋ย : โกกราฟเกิดจากการรวมตัวกันของเด็กเพิ่งเรียนจบใหม่ นั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปทิเบต โดยมีพี่เรย์ แมคโดนัลด์ เป็นไอดอลหลังจากช่วงที่สิสที่หมกตัวอยู่แต่กับบ้านและช่วงที่เรียนจบและ หลายๆคนก็คงต้องดำเนินชีวิตตามรูปแบบของสังคม ที่ต้องหางานทำไม่ก็เรียนต่อ แต่พวกเราก็เลือกที่จะออกไปสำรวจโลกก่อนที่โลกแห่งความเป็นจริงจะมากลืนกินความสดใหม่ของพวกเรา โกกราฟมากจาก โก ที่แปลว่าไป กราฟ มาจาก กราฟิค เดินทางไปดีไซน์ชีวิตไปละมั๊ง : ) ฟ้า : โอเคตอบกันหมดแล้ว สบายเรา โกกราฟเกิดขึ้นแบบงงๆ เพราะคิดว่าอยากมีอะไรทำหลังเที่ยวเสร็จ คิดชื่อมันตอนไปเที่ยวนี่แหละ คือแบ่งหน้าที่กันหมดแล้วว่า ใครทำอะไร ตุ๋ยอัดวิดีโอ ฟ้าเป็นไกด์ อ้นจูถ่ายภาพ แล้วก็เอาสามอย่างมารวมกัน มันเลยออกมาหลายรูปแบบ แต่เรียกรวมกันว่า โกกราฟ ส่วนอ่านมาถึงตรงนี้คนก็สงสัยว่ายังไง เราก็มีแผนที่ไว้ให้แล้ว ดูเลยจ้ะ ไม่ต้องพูดกันยาว
ฟ้า : ต่อไปเป็นช่วงคำถามยอดฮิต ตอบมาเป็นรอบที่ร้อยแล้ว
แต่คนก็ถามเข้ามาจังจากแฟนคลับท่านหนึ่ง (แต่งเองจริงๆไม่มีใครถามหรอก)
เสียตังค์ไปเท่าไหร่
ตุ๋ย : 60,000 ขาดตัว (พ่อแม่ออกให้3หมื่น ก็เอง3หมืืน) จริงๆ อาจจะแค่ 55,000 แต่ไปเสียงตอนชอปปิ้งโค้งสุดท้ายที่เซี่ยงไฮ้นี่เอง55 อ้นจู : 60000+ กว่าน่ะ ฟ้า : ลอกข้อสอบทั้งสองคน เหมือนกันๆทำงานหรือลางานไปเที่ยว ได้ยังไง
อ้นจู : เป็นฟรีแลนซ์ ฟ้า : ฟ้าต้องทำงานตามที่พ่อแม่บอกให้ทำ(ทำเพราะพ่อบอกว่าจะซื้อไอโฟนให้) ก็เลยลองไปสัมภาษณ์ บอกเค้าว่า ขอลาเดือนนึง เค้าโอเค เลยทำกับบริษัทนี้ ฮาฮา ตุ๋ย : ตอนนั้นอยู่ในช่วงเรียนภาษา ก็เรียนชิวๆ ไม่ได้ทำงาน ลาไปเที่ยวได้สบายย ฟ้า : สรุป กูเอาการเอางานอยู่คนเดียว ดีนะ ไม่งั้นคงไม่มีใครไปด้วยแล้ว
มันไปได้จริงหรอ ไปยากรึเปล่า
ตุ๋ย : จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย มันอยู่ที่การวางแผนเตรียมตัวมากกว่า งานนี้ต้องให้เครดิตฟ้าจริงๆคะ อ้นจู : ไปได้จริง!!! คิดว่่ายากน่ะ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำ แต่มันก็อยู่ใจ ความอดทน และเพื่อนร่วมทางที่ดี ฟ้า : ไปได้จริง เพราะไปมาแล้วจ้ะ เพราะหลายอย่าง เพื่อนที่ดี เราเป็นหัวหน้าทัวร์ก็จริงแต่ถ้า ลูกทัวร์ไม่เออออห่อหมกตามก็แย่เพราะงั้นก็ดีจริงๆ ที่ลูกทัวร์หลงแล้วยังเชื่อฟัง ฮ่าฮ่าขี้เกียจฟังแล้ว เล่าช่วงไคลแมกซ์เลย
ฟ้า : กูว่าตอบแล้วมันต้องลอกกันแน่ ชัวร์ ! ไคลแมกซ์สุดเวลาที่จะเล่าให้คนอื่นฟังก็อิที่นั่งรถไฟ 27 ชั่วโมง ไม่ฉี่ 25 ช่ัวโมงนี่แหละ คงไม่มีใครอยากตามรอยเราตอนนี้ (และคงไม่มีใครบ้าทำตามด้วย) แต่พอมองกลับมาแล้วมันแบบ ถ้าไม่มีจุดนั้นเราคงไม่มีอะไรให้เล่าหน่ะ ชีวิต 55 อ้นจู : มีหลายช่วงน่ะ แต่สุดๆคงเป็นกุ้ยหลิน-ปักกิ่ง Hard Seat 27 ชั่วโมง สุดยอดแล้วตั้ง25 ชั่วโมง ไม่ขยับไปไหนมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในรถไฟโบกี้หนึ่ง มีหลายอย่างๆให้เราคิด ชีวิตนี้คงหายากที่จะได้ทำแบบนี้ ตุ๋ย : ก็คงเป็นตอนนั่นรถไฟ 27 ชั่วโมง แบบที่ต้องนั่งอั้นฉี่ 25 ชั่วโมงทำลายสถิติตัวเองอะ55 มันแบบแทบลุกไปไหนไม่ได้เลย นั่งอยู่กับที่นานมากๆจนตูดบาน แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นช๊อตที่เรา ประทับใจที่สุดเลยนะ เพราะความลำบากนี่แหละที่ทำให้เราประทับใจในการเดินทางครั้งนี้แล้วภาษาหล่ะ พูดจีนได้มั๊ย ?
ตุ๋ย : พูดไทย อังกฤษ ส่วน จีนนี่ แทบไม่กระดิก เน้นที่วิธีการสื่อสาร มากกว่าภาษาที่พูด อ้นจู : พูดจีนไม่ได้เลย!! แต่พออยู่ๆไปพอพูดได้นิดหน่อยเกี่ยวซื้อขาย ชิ้นนี้เท่าไร กี่อัน ตัวเลขราคา พอฟังรู้เรื่อง เหมือนมันบังคับให้เราต้องรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษก็ได้นิดหน่อย พอคุยรู้เรื่องแต่ก็ไม่ได้เก่ง ส่วนมากตุ๋ยจะเป็นคนพูดอังกฤษมากกว่า ฟ้า : เห็นด้วยกะอ้นจู อะไรที่ภาษาอังกฤษ ตุ๋ยก็จัดไป อะไรจีนตุ๋ยก็จัดไป ส่วนเรานั่งเฉยๆ ชี้ๆ คือคิดว่าไปคนเดียวคงไม่รอด แต่อาจจะรอดแบบเกือบไม่รอด แต่ก็สนุกดี
อาหารการกิน หล่ะ วันๆ กินอะไร
อ้นจู : เรื่องนี้สบายๆ เพราะกินง่าย ชอบลองไปหมด แต่ก็เลือกกินน่ะเพราะถ้าท้องเสียคงไม่ดีแน่ และโชคดีตลอดทริปไม่มีใครท้องเสียเลย ฟ้า : อาหารจีนก็คล้ายๆ อาหารบ้านเรา (เพราะบ้านเป็นคนจีน) แต่เค้าจะออกจืดไปเลย ไม่ก็จัดไปเลย ฟ้าไม่กินเผ็ดและไม่กินผักเพราะงั้นเลือกกินยากกว่าชาวบ้าน แต่จีนจะมีเนื้อวัวเยอะดี ส่วนใหญ่ทริปนี้ เพื่อความประหยัด ยัดแต่แป้ง เราเลยขาดสารอาหารกันตั้งแต่แรกๆ เลย ตุ๋ย : ก็สบายๆนะ เรากินได้หมดไม่เรื่องมาก แต่ปัญหาคือกินแต่แป้งแทบไม่มีโปรตีน เพราะอยากจะเซฟเงินให้ได้มากที่สุดด้วย บางทีก็ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าอยู่บ้างนะแล้วแนะนำให้ไปเมืองไหน
ตุ๋ย : อยู่ที่ว่าอยากไปเที่ยวแบบไหน เห็นอะไรมากกว่า ถ้าเป็นเรื่องของความเจริญ มีดีไซน์ ก็ต้องปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ แต่ถ้าเป็นเรื่องคน สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต เราว่าทุกที่มันก็จะมีเสน่ห์ของมันนะ ชอบหมดอยู่ที่คนไปว่าจะ รู้สึกประทับกับสิ่งรอบตัวได้มากแค่ไหน อ้นจู : หยางชั่ว เมืองเล็กๆแต่ที่เที่ยวเยอะแยะชิวๆ และทิเบตถ้าไม่ลองไปก็ไม่รู้ แต่อยากแนะนำว่าถ้าไปทิเบต ให้ออกนอกลาซาด้วยถึงจะเข้าถึงชีวิตคนทิเบตจริงๆ และเมืองอื่นๆทั้งปักกิ่ง ทิเบต เวียดนาม มันก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปก็น่าเที่ยวหมดล่ะ ฟ้า : จริงๆ ก็อยากให้ไปหมด แต่ถ้ามองแค่ใกล้ๆ ก็เวียดนามก็โอเคนะ รู้สึกเป็นเมืองต้นๆ ของทริปที่ทำให้เปลี่ยนทัศนคติไปเลย จากที่คิดว่าเค้าโหดแน่ กลายเป็นเวียดนามแอบมีเสน่ห์ที่มันวุ่นวาย คงคล้ายๆกับกรุงเทพอารมณ์นั้น ทุกคนดูมีความตลกในวิถีชีวิตกันดี
ฟ้า : จบช่วงคำถามยอดฮิต ต่อไปเข้าสู่คำถามปกติอีกครั้ง
4 ไม่ชอบอะไรที่สุดในทริปนี้
อ้นจู : ไม่ชอบที่สุด ก็คงพูดว่าไม่มีที่สุดหรอก ใช้คำว่าเฉยๆดีกว่า ไม่ถึงกับไม่ชอบ เพราะชินกับเที่ยวล่ะ อะไรจะมาก็มา เราก็ไม่รู้หรอกว่ามีอะไรข้างหน้า ถ้าเราไม่เดินทาง ตุ๋ย : คงเป็นความสกปรก ห้องน้ำ และ สิว! ฟ้า : พอกลับมาคิดแล้วไม่ค่อยมีแต่อ้นจูตอบได้หล่อมาก ส่วนเราจริงๆ แล้วอาจจะไม่ชอบ การจากบ้านแต่ก็ไม่เชิง ชีวิตก็ต้องจากมาบ้างจะได้คิดถึง ตอนเที่ยวอยากกลับบ้าน ตอนอยู่บ้านอยากไปเที่ยว สัจธรรมหน่ะ5 ให้กลับไปอีก จะเริ่มไปจากจุดไหน
ตุ๋ย : ก็คงนั่งเครื่องไปลงที่ต่างๆเลยอะ555 ฟ้า : ขอแว้บไปลงปักกิ่งเลย ไม่ก็ชอบเมืองไหนค่อยลงเมืองนั้น คิดแล้วก็เหนื่อยแล้ว อ้นจู : คงไม่นั่งรถไฟไปแล้วมั้งเพราะเหนื่อยมาก คงเริ่มจากในจีนเลยดีกว่าแล้วนั่งรถไฟในจีน เที่ยวที่ต่างๆ จีนมันมีที่เที่ยวใหม่ๆขึ้นทุกปี6 ไอโฟนมีประโยชน์มั๊ย (ไม่ได้โฆษณาขายของแต่อย่างใดนะ สตีฟจอบส์ฝากถามเฉยๆ)
อ้นจู : มีประโยชน์มากกกกก ถ่ายรูป ใช้เน็ต เล่นเกมฆ่าเวลาได้ มันมีประโยชน์จริงๆ แต่ก็ต้องมีสิ่งที่เราต้องระวังเพิ่มไปอีก มีประโยชน์แต่ก็มีภาระที่เราต้องรักษาด้วย ฟ้า : คืออยากบอกมากว่ารถไฟขากลับจากทิเบต อิอ้นจูไม่ทำอะไรเลยวันๆ เล่นแต่เกมส์ แม่งเข้าไปอยู่ในโลกหน้าจอแล้ว แต่ไอโฟนนี่ดีจริงๆ ไม่ได้ขายตรงด้วย ดีตรงที่มันมีเนตได้นี่แหละ แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้หายตัวไปไหนจากโลกไซเบอร์ คุยกับเพื่อนได้ปกติมาก บางทีคุณค่าความคิดถึงก็อาจจะลดลงเพราะสมัยนี้ติดต่อกันง่ายเกินไป ตุ๋ย : นี่จะช่วยเค้าขายของหรอเนี่ยย55 มีประโยชน์ในการติดตต่อสื่อสารกลับมาที่ไทย ประหยัด สะดวก สบาย ขอแค่มี wifi
7 แล้วตอนนี้อยากทำอะไรอีก
ตุ๋ย : มีหลายโครงการเชียวหละ เด็กยุคนี้ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ฟ้า : เห็นด้วยกับตุ๋ย มีอีกเป็นล้านอย่างที่ต้องทำ ไหนจะกลับมาจากเที่ยว เรายังคิดไปไกลขนาดจะมีหนังสือ อ้าวกูนี่แหละคนปั่นต้นฉบับ ไหนจะทำงานประจำ ธุรกิจตนเองอีก คิดแล้วชีวิตวุ่นวายมากไหนจะโปรโมทโกกราฟอีก เนี่ย ทำอยู่ๆ อ้นจู : หางานประจำทำได้ล่ะ ฟ้า (คิดในใจ) : อิอ้นจูตอบสั้นมาก ถือคติพูดน้อยตลอดเวลา8 ทำไมอ้นจูไม่พูดเลย เบื่อสองสาวแล้ว
อ้นจู : ปล่อยสองสาวพูดไปเหอะ ผมก็เป็นคนคุยไม่เก่งอยู่แล้ว ชอบแจมซักมากกว่า ให้2สาวพูดๆไปเหอะ ฟ้า : ประจำ เจอใครกูโม้ประจำอ้นจูวันหลังต้องหัดพูดบ้าง พวกกูน้ำลายแห้งแล้วววววว ตุ๋ย : อ้นจู พูดบ้างสิ!9 เวลาไปเที่ยวนี่ทะเลาะกันบ้างมั๊ย
อ้นจู : ไม่น่ะ เพราะแต่ละคนที่ไปเป็นคนไม่เรื่องมาก ต่างคนต่างยอม ค่อนข้างช่วยเหลือกันดีมากกว่า ตุ๋ย : ก็ไม่นะ ไม่ได้เรียกว่าทะเลาะนะ แต่อาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจจะเพราะเรามีการแบ่งหน้าที่กันดีแล้วก็เรยไม่มีใครก้าวก่ายหน้าที่ใคร (จริงจังไปมั๊ย) แต่จริงๆก็เข้ากันได้ดีไม่มีอะไร : ) ฟ้า : จริงๆ เพราะพื้นฐานนิสัยของทั้งสามคนเป็นคนง่ายๆมากกว่า อาจจะแบบเซ็งนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้อะไรกันขนาดนั้น สุดท้ายก็เลยถือว่าไม่ได้ทะเลาะกัน หาเพื่อนร่วมทางดีๆแบบนี้ยาก
10 หลังจากกลับมา ชีวิตเปลี่ยนไปมั๊ย ในแง่ไหน ยังไง ดีไม่ดี ยังไง
ตุ๋ย : ก็กลับมาดำรงชีวิตชาวเมืองปกตินะ แล้วก็เริ่มทำงานประจำแล้ว เวลาในชีวิตถูกจับจองโดย วิธีชีวิตของมนุษย์เงินเดือน รู้สึกว่าเมื่อถึงจุดนึงจะต้องกลับไปเดินทางอีกแน่นอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้เปิดสมอง เปิดตา และเปิดใจให้กว้างขึ้น กลับมาแล้วเห็นต่างจังหวัดในประเทศเรา ก็สวยหนิ เราเลยถึงบ้างอ้อว่า มันไม่ได้สวยขึ้นหรอกแต่ใจเราเปิดกว้างมากขึ้นที่จะเห็นความสวยของมัน ฟ้า : บางอย่างเปลี่ยนและไม่เปลี่ยน เหมือนกับเรามองอะไรต่างๆในแง่ดีมากขึ้น ดูชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น ที่ได้เราได้เห็นโลกจากการเดินทางครั้งนี้ บางทีมันอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ยังไม่ได้เอาออกมาใช้แต่ เป็นตะกอนเก็บสะสมไปก่อน ส่วนที่จะเปลี่ยนคือ โกกราฟมันเสือกดังค่า เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะดังขนาดนี้ แต่ไหนๆมันดันดัง เราก็เลยต้องดันให้มันดังให้ถึงที่สุด เอาจริงเอาจังขนาดถ้าเวิกจะไม่ทำมันแล้วงาน จะออกเที่ยวเป็นพี่เรย์เลย ชีวิตก็เหมือนกับเริ่มใหม่อีกครั้ง โลกในห้องเรียน กับ โลกนอกห้องเรียนตอนนี้ ที่ต้องทำงาน พบเจอผู้คนใหม่ ตอนนี้ก็เอนจอยทีเดียว สนุกดี อ้นจู : เปลี่ยนน่ะ ในแง่ดีซะมากกว่า เพราะแต่ละคนก่อนไปบอกเราว่าไปไม่ได้หรอก อันตราย จะไปจริงๆหรอ? แต่พอไปแล้วเราทำได้ ดูได้จากคนที่มาชอบโกกราฟ เหมือนเราสร้างแรงบันดาลใจให้เขาว่าสิ่งที่พวกเรานั้นทำได้ และให้รีบทำไปเลย ฟ้า : บอกแล้วการเดินทางมีแต่แง่บวก ลบตอนเสียตังค์ตอนแรก แต่ผลที่กลับมามันเกินคุ้ม โฮ่โฮ่11 มีอะไรที่ควรรู้รึเปล่า (สำหรับคนที่จะตามรอย / คนที่กำลังคิดจะออกไปไหนซักที่)
อ้นจู : ก็เตรียมตัวให้เรียบร้อย ที่เราไปแล้วปลอดภัย ไปทันเวลา ไม่มีปัญหา เพราะพวกเราเตรียมการมาก่อน ขอบคุณ ฟ้า ตุ๋ยมาก ที่จัดการเรื่องต่างๆเตรียมข้อมูล ทำให้เดินทางได้อย่างสบายใจ และแนะนำหาเพื่อนไปด้วยดีกว่า ไปคนเดียว แล้วถ้าไปแล้วต้องเตรียมใจว่าอย่าพึ่งคนอื่นให้คนอื่นช่วย ตัวเองต้องระวังตัวเอง ดูแลตัวเอง แต่ให้ค่อยระวังซึ่งกันและกันด้วย แล้วการเดินทางลุล่วงได้ง่าย ฟ้า : ต่อไปนี้ชั้นจะขายทัวร์ให้พวกแก จะได้รวยๆ จริงๆเรื่องที่ควรรู้ก็มีหลักก็คือ นอนที่ไหน ไปยังไง ประมาณนั้น เอาตัวให้รอด พวกจองโรงแรม จองเครื่องบินก็ควรอ่านให้ละเอียดก่อน อย่างเราจองกับ hostelworld.com เขาก็หักตังค์เราไปแค่ 10% (ป้องกันโฮสเทลเบี้ยว) เราก็คิดว่าเค้าหักไปหมดกลายเป็นว่า เราต้องไปจ่ายเอง 90 % ตอนแรกเราคิดว่าจะไม่พกเงินสดไปเยอะอยู่แล้ว โชคดีอ้นจูเป็นมหาเศรษฐี เพราะงั้นก็มีหลายอย่างที่ควรรู้เอาไว้ ค่อยๆจัดการ เตรียมตัวไปทีละเรื่อง มีสติๆ ตุ๋ย : ควรเตรียมการให้ดี การวางแผน และความสามัคคี สำคัญที่สุดเปิดใจให้กว้าง ทำตัวเป็นเด็กเพื่อเรียนรู้ความสุขอยู่เสมอ12 ก่อนหน้านี้เคยไปไหน ที่หนักที่สุด (ถ้าไม่รวมทริปนี้)
ตุ๋ย : ก็ยังไม่เคยไปไหนที่ลำบากนะ อย่างเก่งก็ไปเที่ยวเองกะเพื่อนที่ฮ่องกง ตอนปี1 ก็มีการเตรียมตัวเหมือนกันนะ อ้นจู : เคยไปเดินป่าที่ม่อนจอง อมก่อย เชียงใหม่ เดินทางรวมไปกลับ เข้าป่า ปีนเขา ลงเขา วิ่งหนีช้าง เกือบ30โลได้ ปีนเขาเป็น10ลูกขึ้นๆลงๆ แต่พอไปถึงแค่เห็นวิวก็หายเหนื่อยแล้ว!! ฟ้า : ไม่ค่อยได้ไปไหน นี่เป็นทริปเปิดซิงมากในชีวิต จริงๆก็ไปพวกฮ่องกง มาเล สิงคโปร์ แล้ว แต่ก็ไม่ทรหดเท่าทริปนี้ ถือว่าผลออกมาดี โชคดีที่แผนไม่ล่ม ไม่งั้นก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่ค่อยได้ไปไหน 55
13 แล้วยังไงต่อ กับชีวิตเพราะภาพลักษณ์ตอนนี้แลดูไปเที่ยวมาก แบบจริงๆก็มีชีวิตปกติใช่มั๊ย
อ้นจู : เหมือนถามแล้วน่ะ? ก็อยากหางานประจำทำ แต่ยังคงออกไปเที่ยวได้ เพราะถ้าไม่ได้ออกไปเที่ยว คงลงแดงตายแน่นอน ฟ้า : ก็กลับมามีชีวิตเหมือนเดิม ทำงานๆเก็บเงิน รอคอยเวลาไปเที่ยวครั้งต่อไป ตั้งใจไว้ว่าจะไปหนักๆปีละครั้ง ไปกับเพื่อนสนุกดี เที่ยวแบบวัยรุ่น ไปกับพ่อแม่ก็ชอบไป จริงๆแล้วภาพลักษณ์เราดูสร้างแรงบันดาลใจ สุดท้ายเราก็มีชีวิตเหมือนคนธรรมดากินข้าวเที่ยง และกลับบ้านตอนเย็น นอนหลับเหมือนกัน แค่ใช้ชีวิตให้มีเป้าหมาย สร้างความหวังให้ตัวเอง อย่ามีชีวิตอยู่ไปวันๆ ตุ๋ย : ก็ปกตินะ พ่อแม่ไม่ให้เงินเดือนแล้ว ก็เลยก้มหน้าก้มตาเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไปก่อน14 จริงๆ ขายทัวร์จีนรึเปล่า
ตุ๋ย : เอิบ เอามาจากไหน? ฟ้า : กูคิดเองอะ เราแลดูโปรโมทจีนมากดี แบบรู้สึกทำให้คนอื่นอยากไปเที่ยวจีนกัน จริงๆกูว่าจีนเจ๋งอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ห้องน้ำก็ไม่น่ากลัวแล้วนะ (สรุปอินี่แหละขายทัวร์จีน) อ้นจู : เออ น่าทำเนอะ ทัวร์นั่งรถไฟจีน hard seat แปลกใหม่ดี ฮ่าๆ15 เวลาหลงนี่เบื่อรึเปล่า หรือสนุกดีชอบ ซาดิสม์ที่จะหลง ?
อ้นจู : เบื่อ และสนุก ปนๆกันไป 555 ถ้าไม่หลงมันก็ไม่ใช่การเดินทางดิ หลงมันดีและไม่ดี เจอในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และไม่เห็นในสิ่งคนอื่นเห็นด้วย? 55 ฟ้า : ตอนหลงจะแบบไม่กล้าบอกเพื่อนว่าหลง จะแกล้งทำเป็นมั่นใจก่อน แล้วพามันเดินกลับทางที่ถูก พวกนี้มันงงทิศทาง 555 ก็ถ้าหลงแล้วเจออะไรดีๆ ก็รู้สึกว่านี่แหละ เราเที่ยวแบบคนท้องถิ่น แต่ก็มีบางวันที่หลงแบบ หลงในแง่ร้าย คือเหนื่อยและไม่เจออะไรเลย มันก็เฟลบ้าง แต่ก็นะ ชีวิตก็ต้องหลงบ้าง พอหาทางออกเจอจะได้สนุก ตุ๋ย : หลงมันเกี่ยวกะซาดิสม์ยังไง? หลงก็ดี ถ้าไม่เสียเวลา และ เงิน เยอะเกินไป แล้วถ้าได้ไปเจออะไรแบบบังเอิญๆก็เซอร์ไพร์ดีนะ16 แล้วจะติดตามทางไหนต่อ
อ้นจู : หมายถึงอะไร? ติดตามก็ทางเฟซบุค Go!graph หรือจะติดตามตัวผมก็เขามาตาม FB ผมได้น่ะ ฟ้า : ก็ติดตามในเพจโกกราฟ เราไปเที่ยวไหนคราวหน้า ก็จะมาโพสๆไว้ ตอนนี้พยายามปั่นกระแสไม่ให้คนหายตัวไปอยู่ ฮาฮา ซึ่งมันยากไง ตุ๋ย : ข้อนี้ต้องเข้าเฟซบุคเราอยู่แล้ว
เพราะงั้นการสัมภาษณ์จบลง ขอบคุณที่ติดตามอ่าน และฝากตัวด้วยค่ะกับเพจ Go!Graph มีอะไรให้ดูเยอะแยะ
เนื้อเรื่องก็เขียนในพันทิพ / วิดีโอจากยูทูป / บทสัมภาษณ์ต่างๆ เข้าไปกดไลค์ติดตามกันได้
แล้วหาเวลาออกไปเที่ยวกันบ้างนะ : )












































